สมาชิกเข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิกใหม่ | ลืมรหัสผ่าน
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 25
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 851
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 2,644,809
 เปิดเว็บ 26/03/2557
 ปรับปรุงเว็บ 16/12/2561
 สินค้าทั้งหมด 233
16 ธันวาคม 2561
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
      
10  11  12  13  14  15 
16  17  18  19  20  21  22 
23  24  25  26  27  28  29 
30  31           
รู้จักเว็บ มหาเวทย์63 จากที่ไหน
# google
# นิตยสาร
# มีคนแนะนำมา
# ได้รู้จักจากคำบอกเล่า
# พบเจอโดยบังเอิญ
# พระงั่งของแท้ๆ ดูกันอย่างไร..??
[26 กันยายน 2557 02:33 น.]จำนวนผู้เข้าชม 113434 คน
พระงั่งโบราณของแท้ๆมาตรฐานดูตรงไหน ..."ที่นี่มีคำตอบ"

    พระงั่งหรือพระชัยนะจังงังนั้นเป็นของเก่าแก่โบราณอายุหลายร้อยปี เป็นปู่ทวดของเครื่อง
รางเกือบทั้งหมดที่เรารู้จักกันในสมัยนี้เลยก็ว่าได้ เพราะสายวิชา มหาเสน่ห์ เมตตามหานิยม
คงกระพันชาตรี โชคลาภ บารมี ทั้งหลายต่างๆก็ล่วนแตกมาจากคัมภีร์ อาถรรพ์เวทย์โบราณ
ทั้งนั้น โดยมี พระงั่งหรือพระชัยนะจังงัง เป็นเครื่องรางต้นสายของวิชาอาถรรพ์เวทย์โบราณ
เพราะความเก่าโบราณนี้เองจริงทำให้พระงั่งไม่สามารถยึดหลักมาตรฐานเหมือนกับพระเครื่อง
ทั่วไปได้จรึงใช้มาตรฐานของสัมฤทธิ์เก่าและข้อมูลทางประวัติศาสตร์ต่างๆที่มี


ทองแดง ดีบุก ทองเหลือง  สังกะสี ตะกั่ว และอื่นๆใช้หล่อรวมกันจึงเรียกว่าสัมฤทธิ์
ตามคำภีว่า
พระงั่งในสมัยนั้น จะมีพวกธาตุกายสิทธิ์ผสมอยู่ด้วย
เช่น ทองคำ ปรอท เหล็กไหล

หากแต่ ธาตุพวกนี้จะรวมตัวกับแร่ชนิดอื่นนั้นยากมากครับ คนสร้างในสมัยนั้นต้องเป็นผู้ที่มีอิทธิฤทธิ์
แก่กล้าไม่ธรรมดาจรึงสร้างขึ้นรูป ออกมาได้ 




 "สัมฤทธิ์ตามหลักสากลแทบทุกชนิดเนื้อก็เป็น สีทองสุก/ สีส้มอมทองแดง/ ทองอมเงิน/ ทองอมเขียวครับ"
แต่จะเป็นสนิมจะสีอะไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับผสมแร่อะไรมากน้อย ต่อไปนี้เราจะพูดถึงสนิมสัมฤทธิ์ขั้นพื่นฐานกัน
โปรดทำความเข้าใจนะครับเพราะในส่วนนี้เป็นรายอะเอียดจริงของคนที่ตั้งใจจะเล่นพระงั่งของจริงๆเท่านั้น
คนที่รักในพระงั่งและคิดจะดูพระงั่งให้เป็นโดยไม่ต้องไปเชื่อนิยายจากใคร บทความนี้ใช้ความรู้ตามหลัก
สากลส่วนกลางในบางส่วนอ้างอิงจากเอกสารกรมศิลป และข้อมูลทั้งหมดนี้จะเป็นในส่วนของพระงั่งอย่าง
เดียวเท่านั้นครับ

1.1 ทองเหลือง (ทองเหลือง คือโลหะผสมระหว่างทองแดงกับสังกะสี ) จรึงกลายมาเป็นทองเหลือง 
       จะขึ้นสนิมสีเขียว ถ้าสัมฤทธิ์แก่ทองเหลืองเนื้อสีทองก็จะขึ้นสนิมเขียวเหมือนกันครับ

1.2 สัมฤทธิ์เงิน หรือสัมฤทธิ์ที่มีแร่เงินผสมมาก ก็ขึ้นสนิมสีน้ำตาลไม้แก่ขึ้นจนกลายเป็นดำ 

1.3 สัมฤทธิ์มีทองคำมากก็สนิมสีน้ำหมากหรือสนิมแดง 

1.4 สัมฤทธิ์แก่ทองแดงหรือสัมฤทธิ์ที่มีแร่ทองแดงผสมอยู่มาก สนิมก็จะขึ้นเป็นสีเม็ดมะขาม และ สนิมเขียว

1.5 สัมฤทธิ์แตงไทเนื้อทองอมเขียวจะขึ้นสนิมแดง และ สนิมเขียวหรือเขียวตะไคร่น้ำสลับกัน(วงเล็บว่า
      สีเขียวตะไคร่น้ำนะครับคือเขียวสดๆเท่านั้น) 

1.6 สัมฤทธิ์ทองดอกบวบหรือเนื้อแตงไท เนื้อในแต่ละองค์นั้นอาจจะมีความสวยสดไม่เท่ากันแล้วแต่
      วัตถุธาตุที่นำมาหล่อผสมเป็นองค์ๆไป 

ถ้าเนื้อในสีเหลืองเดิมๆสุกๆคนโบราณจะเรียกเนื้อดอกบวบ
ถ้าเนื้อขึ้นสนิมเขียวตะไคร่กับแดงพร้อมกันและเนื้อในเป็นสีทองคนโบราณเรียกเนื้อแตงไท 
ถ้าเนื้อมีแร่เงินด้วยสนิมแดงอาจเป็นสีน้ำตาลแดงหรือน้ำตาลไหม้
เข้าใจตรงกันนะครับ

(ทองดอกบวบจริงๆนั้นหายากนะครับแต่เท่าที่เห็นเนื้อทองเหลืองธรรมดาๆหรือแช่สารเคมี ปัจจุบันคน
ดูสัมฤทธิ์ไม่เป็นไม่รู้เนื้ออะไรจริงไม่จริงก็ตีเป็นทองดอกบวบมั่วกันไปหมดแล้วครับ ความจริงเนื้อดอก
บวบหรือเนื้อแตงไทมันไม่ได้หากันง่ายขนาดนั้นครับ และที่สำคัญสนิมจะต้องขึ้นเป็นเม็ดละเอียด สนิม
ของจริง ต้องไม่มีริ้วพู่กัน หรือเป็นลายขนแมวหรือเนื้อสนิมเรียบจนเกินไป




​​การตรวจสอบพระเนื้อสัมฤทธิ์เก่าหรือใหม่ 
การที่จะเป็นนักสะสม พระงั่ง หรือ พระสัมฤทธิ์โบราณในสมัยนี้นั้น ต้อง
ลงทุนมาก ต้องศึกษาหาความรู้ว่าพระเก่าหรือพระใหม่เป็นเช่นไร เสี่ยงต่อการ
ถูกต้มตุ๋นหลอกลวงเป็นอย่างมาก นักเลงนักสะสมพระสัมฤทธิ์พระงั่งแท้มือใหม่เป็น
จำนวนมากที่ยังไม่เข้าใจ ในวิธีตรวจสอบดูพระ
พระสัมฤทธิ์พระงั่งแท้
ที่เป็นของเก่า
ว่าของเก่าแท้แน่นอนนั้นเป็นประการใด

ทั้งนี้เพราะนักเล่นพระมือใหม่ยังไม่ค่อยสนใจศึกษาหาความรู้ หรือขอดูพระเก่าของแท้จากผู้รู้ให้กะจ่างแจ้งเสียก่อน ส่วนมากมือพระใหม่พอเข้าสู่วงการพระมีผู้รู้บ้างไม้รู้บ้างชักจูงแนะนำไปในทางที่ผิด เข้ารกเข้าป่าไปก็มี เช่นให้เล่นพระตามใจชอบ ไม่มีหลักเกณฑ์แน่นอนไม่มีพี่เลี้ยงหรือเทรนเนอร์ที่ดีมีความรู้ ขอให้ชอบเป็นเช่า หาได้ทราบไม่ว่าของที่เช่านั้น เป็นพระใหม่หรือพระเก่า ในวงการพระเขานิยมหรือไม่ เชื่อแต่ลิ้นลมลวงเอาหูฟังประวัติอันเลื่อนลอยอ่อนหวานของผู้ขาย สรุปแล้วเอาหูเล่นพระเป็นใหญ่อย่างนี้ ผู้เล่นพระร้อยทั้งร้อยเล่นพระแต่หนุ่มจนแก่ก็ไม่ได้ดีเพราะหลงผิด เสียเงินเสียทองเปล่า บางรายอาจถูกต้มจนหมดตัวก็มี ขอให้ท่านจงระวังจงเป็นผู้มีเหตุผลเล่นพระตามสากลนิยมพระอย่างใด ครูบาอาจารย์ผู้เล่นมาก่อนว่าเป็นพระชั้นดีเช่นพระสัมฤทธิ์สมัยสูง เช่นทวารวดี ศรีวิชัย ขอม ลพบุรี เชียงแสน สุโขทัย อู่ทอง อยุธยา อย่างนี้ถ้าเป็นพระแก่แท้ก็เป็นของหายาก ก็จะเกิดโชคดีมีศิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว พระงั่งเก่าแท้ให้ความศักดิ์สิทธิ์แก่ผู้กราบไหว้เคารพบูชาอย่างแท้จริง 

พระเก่าไม่ว่าจะเป็นพระเครื่องพระบูชาสร้างด้วยเนื้อหินศิลา สัมฤทธิ์ ชิน ตะกั่ว ดิน ผง ว่านฯ ต้องมีความเก่า คือมีคราบ มีสนิม มีรอยสึกกร่อน แอ่ง รูพรุนปรายเข็ม ริ้วระแหงแตกร้าวเหี่ยวย่น ผิวเข้ม เนื้อแห้งสนิทพื้นผิวของ เนื้อพระไม่ตึงเรียบ เนื้อไม่มันวาว ไม่กะด้าง ถ้าใช้มานานถูกเสียดสีเนื้อพระจะเข้มขึ้นแลมันใส ลูบดูทั่วองค์พระจะไม่มีขอบคมเลย ดมดูจะไม่มีกลิ่น เอาลิ้นแตะดูจะไม่ดูดลิ้นอย่างนี้เป็นต้น



ให้ดูความมีชีวิตชีวาขององค์พระเพราะพระงั่งนั้นเป็นของมีชีวิตครับ ความรู้สึกแห้งๆด้านๆจะไม่ใช่ครับ
ในส่วนหลักการพิจารณาตรวจสอบพระงั่งเนื้อสัมฤทธิ์เก่าหรือใหม่ เป็นของแท้ของเทียมหรือของปลอมดังจะได้เรียนต่อไปนี้ ขอท่านผู้อ่านโปรดพิจารณาทุกตัวอักษร และตีความหมายไปด้วย แล้วท่านจะเข้าใจในการดูพระแท้พระปลอม การที่จะตรวจสอบว่าเป็นพระเก่าพระใหม่โดยการเขียนเป็นตัวอักษรให้เข้าใจได้แน่ชัดนั้นยากนัก และแต่ละหัวข้อให้ถามตนเองว่าพระที่สร้างแบบนี้ทำปลอมได้ไหม 


๑. พระเก่าเราดูรูปแบบว่าศิลปะสมัยใด เป็นสมัยลพบุรี ขอม เชียงแสน อู่ทอง สุโขทัย อยุธยา ถูกต้องหรือไม่เป็นฝีมือช่างราษฎร์ (สร้างไม่สวยงาม) หรือฝีมือช่างหลวง (สวยงาม)


๒. พระเก่าต้องมีคราบมีสนิม มีรอยสึกกร่อน แอ่งรูพรุนปรายเข็ม รอยชำรุดแตกร้าวเนื้อแห้งสนิทผิวเข้ม เป็นไปตามธรรมชาติอย่างที่ว่าสนิมอยู่ในเนื้อ


๓. พระเก่าแท้เห็นแล้วได้ไว้เป็นเจ้าของมีความซึ้งตา ซึ้งใจ เนื้อผิวของพระเนียนสนิท


๔. พระงั่งเก่าเป็นพระใช้งานเอามือจับลูบดูทั่วองค์พระทุกแห่งจะเนียน จะไม่มีขอบคมติดมือเลย ไม่เหมือนของปลอมจะมีทั้งขี้ดินขี้ฝุ่นผิวดูหยาบกระด้าง
กระดำกระด้า่จากสารเคมี และดูไม่เป็นธรรมชาติ






๕. ถ้าตรงไหนมีเนื้อในของพระสึกกร่อนจนเห็นเนื้อโลหะ เนื้อโลหะสัมฤทธิ์ตรงนั้นจะมองเห็นสีแดงปนเหลือง หรือค่อนข้างแดง หมองหม่น คล้ำ สีซีด ไม่มันวาว ไม่เป็นเหลืองเหมือนทองเหลืองล้วนๆ


๖. พระเก่าผิวเนื้อจะมันใส แห้งสนิท ของทำเทียมเลียนแบบผิวเนื้อพระจะมันวาวเช่นดำมันวาวหรือแดงน้ำตาลไหม้มันวาว พระของใหม่เนื้อจะกะด้าง ไม่งามติดตา หรือให้ช่างรมดำเอา


๗. พระงั่งเก่าถ้าเคาะดูที่ฐานนั่งจะมีเสียงดังแปะๆ ถ้าเป็นพระใหม่จะมีเสียงดังหนักแน่นกังวาล ก็เพราะเนื้อพระยังใหม่กินตัวกับอากาศไม่นานพอ


๘. พระงั่งเก่าเนื้อแห้งสนิท ผิวเนื้อของพระไม่เรียบตึง เนื้อพระเก่าจะมีรอยย่นเหี่ยวแอ่งรู พรุน สึกกร่อนสวนมากมีรอยชำรุดแตกร้าวใช้แว่นขยายกำลังสูงส่องจะมองเห็นชัดเจน


๙. พระงั่งเก่ามีรูสนิมขุม หรือขุมสนิมจะเกิดจากด้านในมาด้านนอก ปากสนิมขุดจะเล็กด้านในกลวง สนิมที่ทำเทียมใช้น้ำกรดราดกัดเนื้อพระปากสนิมจะกว้างด้านในเล็ก สนิมจะกัดกินเนื้อพระสม่ำเสมอ พระเก่าสนิมขุมจะเป็นแอ่งขรุขระสูงๆ ต่ำๆ ไม่สม่ำเสมอ




๑๐. ดินหุ่นด้านในใต้ฐานของพระ พระเก่าดินหุ่นมักจะมีค่อนข้างหนา แข็ง แห้งสนิทถ้าเอานิ้วมือแตะดูดินหุ่นจะติดมือ เพียงเล็กน้อย หรืออาจจะไม่ติดมือเลย


๑๑. ขอบโลหะพระงั่งด้านล่าง คือตรงฐานที่เราตั้งพระ พระเก่าแท้ขอบพระด้านล่างจะมีผิวสนิมเหมือนกับผิวสนิมขององค์พระไม่มีรอยตะไบคมๆที่พึ่งตะไบมาใหม่ๆ ขอบด้านล่างนี้ผู้ปลอมหรือทำใหม่ทาน้ำยาเคมีไม่ติดแน่นจึงทำให้ผิวขอบพระนั่งด้านล่างนี้แตกต่างจากองค์พระไม่มากก็น้อย


๑๒. เนื้อสัมฤทธิ์ของพระงั่งในสมัยนั้น ในพิมพ์เดียวกัน ระดับสีของเนื้อสัมฤทธิ์ในแต่ละองค์นั้นสีจะไม่เหมือนกันเพราะการเทหล่อทำที่ละองค์ใช้มวลสาร
แตกต่างกัน ต่างเวลา ต่างสถานที่ พิมพ์ก็จะไม่เหมือนกันเป๊ะๆ ทุกองค์ ( ของเลียนแบบ จะใช้หล่อออกมาเหมือนกันไปหมด ระดับสีก็จะดูเหมือนกันไปหมด )


๑๓. ดินใต่ฐานพระงั่งสมัยนั้น จะมีหลายสี สีส้มเยอะสุด สีชมพู สีเทา สีน้ำตาลและสีดำ หายากที่สุด และระดับสีของดินจะไม่มีระดับสีที่เท่ากันเลยแม่แต่องค์เดียว เพราะ อยู่ในอุณหภูมิที่ต่างกันมาหลาย100ปี ของสนาม ถ้าพิมพ์เดียวกันระดับสีของดินใต่ฐาณเหมือนกันหมดเก๊ครับ


๑๔. พระเก่าผิวเนื้อ ผิวสนิมจะมองดูเห็นมีสีอ่อนแก่ได้ชัดเจน ไม่ใช่ผิวสนิมเนื้อของพระมองดูเป็นสีเดียวโล้นๆ ซึ่งเป็นผิวสนิมของพระใหม่


๑๕. พระเก่าดมดูจะไม่มีกลิ่นฉุน เมื่อดมดูจะรู้สึกเฉยๆ หรือเมื่อเอาลิ้นแตะเนื้อพระดูจะไม่ดูลิ้น เนื้อพระใหม่เอาลิ้นแตะดูจะดูดลิ้นเพราะในเนื้อพระน้ำยาเคมียังระเหยไปไม่หมด


๑๖. พระที่เอาเนื้อพระเก่าที่แตกหักชำรุดหรือไม่สวยงามมาเทสร้างใหม่ให้เป็นพระสมัยสูงมีราคาแพง 
เช่นพระพุทธรูปเชียงแสน สุโขทัย อู่ทอง ลพบุรี นี้นั้นขอให้สังเกตุให้ดี ผิวสนิมเนื้อของพระที่เทใหม่จะไม่มันใส แต่มีความเก่า เนื้อพระนี้จะมองดูด้านๆ และเนื้อโลหะไม่เข้ากันสนิท คือดำๆ ด่างๆ ผิวหยาบ ไม่เหมือนของเก่า เอามือจับลูบดูอาจมีขอบคมอยู่บ้าง



๑๗. เคล็ดลับหรือตำหนิพระเก่าแท้พระงั่งสมัย สุโขทัย อู่ทอง ลพบุรี ขอม  
ที่ผู้รู้กำหนดไว้บอกว่า พระที่มีลักษณะต่อไปนี้เป็นพระเก่าที่คณาจารย์ หรือช่างโบราณสร้างขึ้นได้ลักษณะถูกต้องแท้จริง
ย่อมประกอบไปด้วยสิ่งดังต่อไปนี้ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างคือ
ก. พระงั่งสมัยเก่าสุดๆ ตั้งแต่ 400ปี-ขึ้นไปลักษณะมือถ้านั้นสมาธินิ้วโป้งข้างใดข้างหนึ่งกระดกขึ้นมา ไม่เหมือนพระชัยทั้วๆไปที่เป็นมือถ้าสมาธิธรรมดา
ข. พระงั่งในสมัยเก่าตั้งแต่400ปีลงมาจะมีพระงั่งในถ้าสมาธิแต่ในระหว่างมือทั้งสองข้างจะมีศิวลึงค์ตั้งขึ้นมา ที่พระชัยจะไม่มีวันมีขึ้นมาเหมือนพระงั่ง
ค. พระงั่งตั้งแต่สมัย400ปีลงมาจะเริ้มมีห่วงหลัง แต่ถ้าอายุ400ปีขึ้นไปแล้ว จะเป็นพระงั่งขนาด3นิ้วหลังเรียบไม่มีห่วงหลังครับ

ง. พระงั่งหรือพระหล่อโบราณที่อายุ400ปีขึ้นไป การหล่อจะบางเฉียบทั้งองค์เป็นสูตรของช่างโบราณ พระอายุเกิน400ปีของแท้ให้สังเกตุที่ฐานพระ
    จะบางมากๆ แต่เรื่องการเทหล่อพระพุทธรูปให้บางมากๆสมัยนี้เจริญกว่ามาก แต่กลับทำไม่ได้ เทคนิคนี้หายไปในปลายสมัยอยุธยา ปัจจุบันนี้ 
    การหล่อบางจึงเป็นเคล็ดสำคัญในการดูเก๊แท้เก่าใหม่ของพระโบราณ  ( อ้างอิงหนังสือเอกสารของกรมศิลปากร ปี 2518 )




วัสดุที่โบราณาจารย์ นิยมเอามาสร้างเป็น พระงั่งโบราณ ได้แก่โลหะ ทองคำ นาค เงิน ทองเหลือง ทองแดง ตะกั่ว สังกะสี ลงหิน เมื่อผสมกัน แล้วเรียกว่าสัฤทธิ์นี้ เฉพาะแร่ทองคำ เงินและทองแดง เป็นธาตุแท้ นอกนั้นเป็นโลหะผสม เนื้อทองคำเหลืองอร่ามสวยงามมีราคาสูงไม่กลายสภาพเป็นอย่างอื่น เมื่อผสมกับแร่ธาตุอื่นจะทำให้แร่ธาตุอื่น จะทำให้ แร่ธาตุนั้นผิวกลับดำ ถ้าธาตุนั้นเก่าก็จะทำให้มองเห็นความเก่าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เนื้อทองแดงเมื่อผสมกับแร่ธาตุอื่น จะทำให้แร่ธาตุนั้นเปลี่ยนไป เช่นทองแดงผสมสังกะสีจะกลายเป็นทองเหลืองเนื้อสัมฤทธิ์ตามความหมายของนักเล่นพระ หมายถึงโลหะผสมผิวกลับดำหมองคล้ำย่อมมีผิวเนื้อแตกต่างกัน ทั้งนี้แล้วแต่ส่วนผสม เช่นถ้าส่วนผสมแก่เงินผิวโลหะนั้นจะกลับดำ ถ้าโลหะนั้นมีทองคำผสมด้วยแม้จะไม่มากนักก็ทำให้โลหะนั้น มีความมันในสวยงามขึ้น สนิมทองคำจะขึ้นเป็นสีน้ำหมากออกแดงอมชมพูเหมือนรูปพระงั่งด้านล้าง โลหะที่ผสมเป็นเนื้อสัมฤทธิ์สร้างพระงั่ง นิยมเรียกชื่อต่างกันตามผสม เช่น ปัญจโลหะ, และนวโลหะ




ปัญจโลหะ ได้แก่ส่วนผสมโหละ ๕ อย่างดังต่อไปนี้คือ
๑. ดีบุก หนัก ๑ บาท
๒. ปรอท หนัก ๒ บาท
๓. ทองแดง หนัก ๓ บาท
๔. เงินหนัก ๕ บาท
๕. ทองคำ หนัก ๕ บาท


สัตตะโลหะได้แก่ส่วนผสมโลหะ ๗ อย่างดังต่อไปนี้
๑. ดีบุก หนัก ๑ บาท
๒. สังกะสี หนัก ๒ บาท 
๓. เหล็กละลายตัว หนัก ๓ บาท
๔. ปรอท หนัก ๔ บาท
๕. ทองแดง หนัก ๕ บาท 
๖. เงิน หนัก ๖ บาท
๗. ทองคำ หนัก ๗ บาท


นวะโลหะได้แก่ผสมโลหะ ๙ อย่างดังต่อไปนี้
๑. ชิน หนัก ๑ บาท
๒. เจ้าน้ำเงิน หนัก ๒ บาท
๓. เหล็กละลายตัว หนัก ๓ บาท
๔. บริสุทธิ์ หนัก ๔ บาท
๕. ปรอท หนัก ๕ บาท
๖. สังกะสี หนัก ๖ บาท
๗. ทองแดง หนัก ๗ บาท
๘. เงิน หนัก ๘ บาท
๙. ทองคำ หนัก ๙ บาท


ตัวอย่างส่วนผสม เช่น ทองแดง 85 % + ดีบุก 10 % + ตะกั่ว 5 % จะเป็นสำริดที่มีสีสวยคือสีออกเหลืองส้มอ่อนๆ ถ้าทองแดงมากขึ้นเนื้อจะแดงขึ้น ถ้าเพิ่มดีบุกจะออกสีเงิน ถ้าตะกั่วมากจะทำให้สำริดมีน้ำหนักมากขึ้น ( ถ.พ.สูงขึ้น ) ... ถ้าผสมสังกะสีมากก็จะเป็นทองเหลือง สีจะเหลืองอ่อนมากขึ้น ( โลหะหรือแร่ทองเหลืองไม่มีในธรรมชาติ เป็นโลหะผสมเท่านั้น ).... ///  ส่วนผสมโลหะที่ต่างชนิดกัน มีจุดหลอมเหลวต่างกันแต่มาหลอมละลายปนกัน  



พระงั่งเนื้อสัมฤทธิ์ ที่เห็นปรากฏเป็นส่วนมาก็มี เนื้อสัมฤทธิ์ดำ เนื้อสัมฤทธิ์เขียว เนื้อสัมฤทธิ์แดง เนื้อสัมฤทธิ์ดังกล่าวนี้ ถ้ามีส่วนผสมของทองคำจะทำให้สัมฤทธิ์นั้นมันใสสวยงามยิ่งขึ้น
สัมฤทธิ์ดำ มีส่วนผสมของแร่เงินมาก
สัมฤทธิ์เขียว มีส่วนผสมของทองเหลืองมาก
สัมฤทธิ์ แดงน้ำตาลไหม้ มีส่วนผสมของแร่ทองแดงมาก

  

เนื้อพระผิวสนิมสีของพระเก่ามีสีอ่อนแก่ แตกต่างกัน และสนิมของพระก็แตกต่างกัน ทั้งนี้ก็เพราะว่าพระงั่งเก่าบางองค์ฝังอยู่ในดินฝันอยู่ในถ้ำ บางองค์เก็บรักษาไว้ในถ้ำ ในปราสาท วิหาร หรือเก็บไว้ในบ้าน พระเก่าที่ฝังอยู่ในดินในกรุผิวสนิมของพระจะหนา เหี่ยวย่นที่เก็บไว้ในบ้านเคหะสถาน ผิวสนิมจะบางสวยงามเนียนสนิท



พระงั่งสัมฤทธิ์เนื้อมันใส จัดเป็นเนื้อเก่าแท้ ความมันใสเกิดจากพระสร้างมานานเนื้อพระกินตัว กับอากาศถูกความร้อนเย็นนานเข้าเนื้อพระแห้งสนิท เกิดคราบสนิมมีความสึกร่อนตามธรรมชาติ ความแห้งไล่ความชื้นในเนื้อพระออกไปทำให้พระแห้ง เกิดความมันใส ความมันใสนี้ดูด้วยตาจะอยู่ในระหว่างความมันวาวและความกะด้าง








ในจุดนี้ของแท้ด้านซ้ายเรียกว่าเนื้อแตงไทย เนื้อจริงสีเหลืองอมเขียวขึ้นสนิมแดงและสนิมเขียวขึ้น
สลับกัน ส่วนเนื้อสีดำล้วนมีระดับสีเดียวผิดหลักครับ




องค์ซ้ายเนื้อสุดขึ้นเกล็ดเป็นประกายทั้งองค์ สวยเนียนติดตาตรึงใจ องค์ขวาสีดำระดับสีเดียวทั้งองค์
ผิดครับ เป็นเพียงตัวอย่างส่วนน้อยที่นำมาเปรียบเทียบกับของแท้ ในปัจุบัน
ตั้งแต่ปีพ.ศ.2555 งั่งผลิต
ใหม่กับงั่งที่เรียนแบบของเก่า และมีรูปแบบใหม่ๆพิศดารออกมาวางตลาดเป็นจำนวนมากเหมือนของ
เล่นออกใหม่ยังไงยั้งงั้น (ในส่วนนี้ไม่พาดพิงพระงั่งสร้างใหม่ที่มีระบุการสร้างชัดเจนนะครับ) 
วันนี้นำภาพมาเปรียบเทียบกันแค่นี้ก่อน 
เราๆท่านๆสมัยนี้ล้วนมีการศึกษาแล้ว ฉนั้นการจะตัดสินใจรับ
ข้อมูลต่างๆจากที่ไหน ก็ไม่ควรรับเพียงความเชื่อที่ไม่มีหลักเกณฑ์จริง หากบทความนี้ไป
กระทบกระ
ทั่งการพาณิชย์บางกลุ่มทางเรา
ต้องกราบขออภัยไว้ใน ณ ที่นี้ด้วยนะครับผม
เพราะของเลียนแบบอาจถูกกว่าของจริงเพียงเล็กน้อย แต่พุทธคุณและ
คุณค่าทางประวิติศาสตรนั้น ต่างกันราวฟ้ากับเหว เลยก็ว่าได้




องค์ซ้ายเป็นงั่งทรงเครื่องสมัยนครวัดศิลปะขอมหน้าอินเดีย มีความลึกและรายละเอียดปราณีตมาก
ผิวเก่าผุบางจนเห็นดินตามจุดต่างๆขององค์ เนื้อสัมฤทธิ์มันปู เนื้อจะมีความลื่นคล้ายมีน้ำมันเคลือบ
แต่เนื้อกับแห้งสนิด เนื้อสีส้มคล้ายมันปู และเนื้อเมื่อโดนอากาศเนื้อจะกลับสีอมส้มเข็มเร็วมากกว่า
สัมฤทธิ์เนื้ออื่นๆ

องค์ขวาถูกขึ้นแบบขึ้นมาใหม่ เป็นทองเหลืองทาขี้ผึงเบอร์29 รายอะเอียดค่อนข้างหยาบกระด้าง
ต่างจากของจริงมาก





                 บางกลุ่มที่ชอบเข้ามาหาข้อมูลในนี้ไม่ได้มีเพียงผู้ที่รักพระงั่งอย่างเดียวเท่านั้นนะครับ
แต่ยังมีกลุ่มคนที่เข้ามาดูเพื่อนำไปพัฒนาของเรียนแบบเข้ามาดูและหน้าจะเข้ามาดูบ่อยกว่ากลุ่มที่
อยากเข้ามาหาความรู้จริงๆในนี้ซะอีกครับ ผู้เขียนดูจากการแก้ทาง และ การพัฒนาของพระงั่งสร้าง
ใหม่ที่หลุดทะลักเข้ามาขายกันมากมายในยุคนี้ เฉพาะพิมพ์เรียบแบบทำเก่านะครับไม่รวมพวกพิมพ์
ที่ออกแบบมาใหม่แปลกพิศดารมากมายกลุ่มนี้ ผมยังว่าดีกว่ากลุ่มที่ตั้งใจเรียนแบบพิมพ์จริงอีกครับ
เพราะกลุ่มนี้ยังไม่ไปทำให้คุณค่าพระงั่งของจริงพิมพ์นั้นๆลดลง ..กลุ่มที่นำพิมพ์ของจริงไปก๊อปปี้
พยายามให้เหมือนของจิงๆ จรึงทำให้เสียคุณค่าทางประวัติศาสตรไม่น้อย แต่ยังมีหลักอีกอย่างนึ่งครับ
ถ้านอกเหนือจากรายอะเอียดทั้งหมด คือสิ่งที่จะบอกอายุพระ เฉพาะพระอายุประมาณ200ปีขึ้นไปนะครับ
สิ่งที่ของเรียนแบบยังไม่สามารถทำได้คือ เกล็ดคลายกำมะหยี่และเกล็ดกระดี่ เกล็ดประกายเงิน หรือ
เกล็ดประกายทองคำ ที่เกิดจากการกินตัวของอากาศผ่านความร้อนเย็นมาหลายร้อยปีเท่านั้นถึงเกิดขึ้น
มาได้ครับ ไม่เหมือน ลอยขีดข่วน หรือลอยสนิมขุมที่เป็นหลุ่มๆนะครับ และก็ควรดูที่ภาพรวมในข้อมูล
ทั้งหมดด้านบนผสมไปด้วยเพื่อความแน่นอน



คนเราเกิดมาจะอยู่ในสังคมไหนหากินอะไรล้วนมีอุปสรรค์กันทุกคนครับ
ไปสวนทางคนหมู่มาก ก็ต้องถูกรุมทึ้งเป็นธรรมดาโลก
แต่ก็ยังเชื่ออยู่เสมอว่า คิดดี ทำดี มีคุณธรรม ทำอะไรก็เจริญครับ​


# ของมูลแท้จริง ตามหลักประวัติศาสตร์และโลหะศาสตร์


อัพเดทพระงั่งปลอมปี 2560
พระงั่งปลอมเกรดA




สามองค์นี้เกือบได้นำมาออกบูชากันแล้ว ดีที่ตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนทุกครั้งจึงได้ระงับการขาย 3องค์นี้หมื่นกว่าไม่ถูกเลยสำหรับของเก๊ แต่ไม่เป็นไรครับใช้เป็นครูได้ครับและจะได้นำลงเพื่อเป็นความรู้กับงั่งเก๊ปี พ.ศ. 2560 ดีกว่าหลับหูหลับตาขายให้กับคนที่เขาไม่รู้เรื่องให้เป็นบาปเป็นกรรมติดตัว

จะพยายามอธิายให้ผู้อ่านเข้าใจได้ง่ายมากที่สุดนะครับ พระงั่งกลุ่มนี้ดูจากในรูปอย่างเดียวจะไม่สามารถแยกออกได้เพราะทำพิมพ์ออกมาเหมือน เนื้อสีหมองน้ำตาลไหม้บวกสนิมถ้าดูจากรูปไม่ได้ตรวจส่องกล้องกับมือจะแยกแถบไม่ออก เพราะคนทำชุดนี้ออกมาดูเหมือนจะศึกษาจุดแข็งขององค์ประกอบการดูสัมฤทธิ์ที่มหาเวทย์63เคยนำมาเปิดเผย แต่พระงั่งปลอมชุดนี้ก็ยังพอแยกแยะได้อยู่ เพราะตอนนี้พอมีตัวอย่างพระงั่งปลอมชุดนี้อยู่จำนวน3องค์ แต่ที่พบในวงการณขณะนี้มี พิมพ์สะบัดหน้า , พิมพ์พระงั่งอาถรรพ์ , พิมพ์พระงั่งเกศดาบ , พิมพ์ปางจักรพรรดิทุกพิมพ์ , พระงั่งญาณต่ำฐานดิน , พระงั่งพิมพ์สะบัดหน้าบัวใหญ่ พระงั่งตะปูสังฆวานร องค์ล่าสุดเป็นองค์เศียรโล้นพิมพ์สร้อยสังวาลยุคต้น จุดนี้ให้เราตัดเรื่องการดูรายละเอียด ผิวสัมฤทธิ์ , เกล็ด , สีสนิม , พิมพ์พระ ออกไปก่อนเพราะไม่มีประโยชน์เนื่องจากดูจากรูปไม่ได้ให้เปลียนเป็นการจดจำเอกลักษณ์ของปลอมชุดนี้แทนจะง่ายกว่า




จุดสังเกต

1. การหล่อพิมพ์จากภายนอก ธรรมชาติของการหล่อโบราณรอยย่นและตำนิของผิวสัมฤทธิ์ในแต่ละองค์จะต้องต่างกัน โดยเฉพาะตำหนิหลังการหล่อจะไม่เหมือนกัน ยิ่งผ่านการสัมผัสมาหลายร้อยปี ต่างเจ้าของต่างสภาพแวดล้อม จะมีพื้นผิวที่ต่างกัน แต่พระงั่งชุดนี้จะมีตำหนิางจุดที่เหมือนกัน ตามรูป สภาพโดยรวมทั้งองค์ถ้าส่องดูจะเห็นลอยขนแมวลอยตกแต่งทั่วทั้งองค์หากผ่านการใช้ไปนานๆลอยแต่งอาจหายไปได้

2. พระงั่งชุดนี้มักจะใช้ตะไบสร้างเรียนแบบลอยผุกร่อนใต้ฐานเพราะทำง่ายสุดแต่มักจะไม่มีลอยผุกร่อนบนตัวองค์พระ

3. พระงั่งปลอมชุดนี้จะมีน้ำหนักมากผิดปกติโดยเฉพาะช่วงเศียรพระ พระเก่าจริงจะแห้งเบาเนื่องจากการเสียความชื่นภาย  ในองค์พระมาหลายร้อยปี แต่พิมพ์เศียรโล้นล่าสุดที่ได้มารู้สึกว่าผู้สร้างกำลังพยายามลดน้ำหนักลง

4. ดินใต้ฐานไม่เก่าจริงคนเคยเห็นของแท้จนชินตาจะรู้ครับ พยายามใช้นิ้วกวาดให้ดูเนืยนเหมือนใช้งานมา บางองค์คนละพิมพ์แต่สีดินมวลสารเนื้อหาเหมือนกันเป๊ะ




จุดนี้ไม่ได้หมายความว่าไม่มีรอยที่ปากหรือแตกต่างจากในรูปจะแท้หมดนะครับเพราะสามารถทำบล็อกใหม่ขึ้นมาอีกเลือยๆต้องดูองค์ประกอปอื่นไปด้วยเช่น น้ำหนัก กับ ความเก่าของดินใต้ฐาน เป็นหลัก ถึงจะทราบครับ



ภาพฐานดินหลากหลายสี

ฐานดินต้องดูความเป็นธรรมชาติเป็นหลัก เป็นไปได้ถ้างั่งแท้จะอุดมวลสาร,อุดครั่ง หรืออื่นๆเพื่อปิดใต้ฐานอีกชั้น แต่ต้องมีองค์ประกอปอื่นสนับสนุนแทนเช่น เนื้อองค์พระ น้ำหนักเบา มีความเป็นธรรมชาติ การใช้งาน และอื่นๆจะต้องได้ครับ



ความจริงยังมีอีกหลายโรงหล่อที่ทำมาในลักษณะนี้ แต่ต่างกันตรงที่แต่ละที่จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว70กว่า%ที่ในบางกลุ่มยังคิดว่าแท้กันอยู่ บางกลุ่มอาจคิดว่าราคา3พัน-6พันบาทบางคนอาจดูไม่แพงเพราะเป็นความชอบส่วนตัวแต่ส่วนตัวไม่สนใจว่าแท้หรือไม่แท้ก็มี แต่ในมุมมองของผู้เขียน พระเรียนแบบกับพระเก่าแท้นั้นมีความแตกต่างกันอย่างมหาศาล ในเรื่องมวลสารที่ครูอาจารย์สมัยก่อนหามาด้วยความยากลำบาก และ ปลุกเสกด้วยบารมีจนเกิดพุทธคุณจริงมีความศักดิ์สิทธิ์มีประโยชน์ใช้สอยได้ แต่ของเลียนแบบเป็นเพียง ขยะโลหะจากร้านขายเศษเหล็กเก่า + ดินหินผสมปูนปลาสเตอร์ " แต่นำมาให้กราบไหว้บูชา " เงินเราเป็นของจริงนะครับ ถ้าจะบูชาแบบนั้นจริงๆผู้เขียนเห็นว่ากราบไหว้บูชา พ่อและแม่ของเราเองยังศักดิ์สิทธิ์กว่าเยอะครับ แล้วเงินแต่ละพันที่เสียไปกับไม่เกิดประโยชน์อะไร ถ้านำเงินมาให้พ่อแม่คนใกล้ตัวเราใช้ยังเกิดประโยชน์มากกว่าเยอะเลยครับ

>>>เขียนโดย ชัยภัทร มหาเวทย์ วันที่ 26 กันยายน 2557
เพื่อการเผยแพร่ประกาศอนุรักษ์ และ ประกาศเกียรติคุณแก่พระงั่งโบราณ
ผู้ใดนำไปใช้ โปรดอ้างอิงให้เครดิตเว็บไซรด้วย ขอบคุณครับ
"เกร็ดความรู้พระงั่ง"
- พระงั่งต่างจากพระเครื่อง และ เครื่องรางชนิดอื่นๆอย่างไร...? [26 กันยายน 2557 02:33 น.]
- พระงั่งเป็นของต่ำจริงหรือ?....ที่นี่มีคำตอบ [26 กันยายน 2557 02:33 น.]
- พระงั่ง ตัวผู้ตัวเมีย ...เกิดขึ้นได้อย่างไร?? [26 กันยายน 2557 02:33 น.]
- พระงั่งโบราณตกน้ำมัน..!! เป็นยังไงมาดูกัน [26 กันยายน 2557 02:33 น.]
- ประวัติเว็บ มหาเวทย์63 [26 กันยายน 2557 02:33 น.]
- การหล่อพระงั่งสมัยโบราณ [26 กันยายน 2557 02:33 น.]
- พระชัยวัฒน์ กับ พระงั่ง แตกต่างกันอย่างไร [26 กันยายน 2557 02:33 น.]
- วิธีเซ่น บูชา พระงั่งตาแดง/แม่เป๋อ (โดยละเอียด) [26 กันยายน 2557 02:33 น.]
- วิธีทำบุญ ให้ได้ผล ให้ได้บุญบารมี (ควรอ่าน) [26 กันยายน 2557 02:33 น.]
- คาถาบูชา พระงั่งตาแดง (ภาษาขอม และ เขมร) [26 กันยายน 2557 02:33 น.]
ดูทั้งหมด

Copyright by mahawed63.net
Engine by MAKEWEBEASY